'YARD SALE' Day 2 เริ่ม!!! มาพบเจอกับพวกเราทีมสร้างสรรค์ที่บ้านข้างวัด เชียงใหม่ได้เลย วันนี้วันที่ 2 แล้วววว มาเที่ยวชมงาน แวะดูงานคราฟท์ ชิมกาแฟทำมือจากผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมือง และยังมีสินค้าอื่นๆ อีกหลายบูธเลยย มาแอ่วหากันได้น่ะคราฟท์ 😊🌈 📍ณ บ้านข้างวัด จังหวัดเชียงใหม่ 🍃วันที่ 12-14 พฤษภาคม 2569 #sangsananakotyawachon #มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน #เชียงใหม่ #yardsale #Economicjustice
'YARD SALE' Day 1!!! พร้อมให้ทุกคนมาเที่ยวชมแล้วค่ะ เจอกับพวกเราทีมสร้างสรรค์ที่บ้านข้างวัด เชียงใหม่... รวมถึงบูธอื่นๆ ด้วย มาชมงานคราฟท์ ชิมกาแฟทำมือ ฮีลใจด้วยดนตรีสบายๆ มาได้เลยคราฟท์ 😊🌈 #sangsananakotyawachon #มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน #เชียงใหม่ #yardsale #Economicjustice
“โมอาแฟ” มาจากภาษากะเหรี่ยง โม = แม่ และ อาแฟ = กาแฟ กลายมาเป็นความหมายกาแฟของแม่ กาแฟที่เกิดจากการปกป้องดูแลของผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมือง บ้านหนองคริซูใน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งโมอาแฟเป็นกาแฟแฮนด์คราฟท์และกาแฟออร์แกนนิค ทุกๆขั้นตอน ผ่านการทำมืออย่างตั้งใจ ตั้งแต่การปลูก เก็บเมล็ดสีแดงสดจากต้น นำมาหมักด้วยกระบวนการแบบธรรมชาติ แกะเปลือกทีละเมล็ดด้วยมือ ตากแดด กะเทาะกะลา คัดเฉพาะเมล็ดที่สมบูรณ์ที่สุด ก่อนคั่วมืออย่างพิถีพิถัน เพราะกาแฟแก้วนี้ ไม่ใช่แค่รสชาติที่ดี แต่คือรายได้ ศักดิ์ศรี และพลังของผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมือง และในงาน Yard Sale ครั้งนี้ มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชนได้พาโมอาแฟ และผลิตภัณฑ์จากชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองอีกมากมาย ทั้ง Salawin ผ้าทอกะเหรี่ยงสีรุ้งสีย้อมธรรมชาติ จากผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองและ LBQ บ้านแม่สามแลบ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่สืบสานภูมิปัญญาทอผ้าโบราณ Naw se-lah งานพิมพ์ลายใบไม้และย้อมสีธรรมชาติ จากผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองและ LBQ บ้านหนองคริซูใน ตำบลบ่อแก้ว ในอำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ต่อสู้กับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นงานศิลป์และรายได้ Nor Om-ki ผ้าทอและผ้าย้อมสีธรรมชาติจาก LBQ ชนเผ่าพื้นเมือง และผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมือง บ้านแม่อมกิ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ที่ลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิในที่ดินและทรัพยากรน้ำของชุมชน ทุกชิ้นงานและทุกถ้วยกาแฟ คือการสนับสนุนความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ อัตลักษณ์ชนเผ่าพื้นเมือง สิทธิ LGBTIQAN+ และความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม แล้วมาเจอกับพวกเราได้ที่งาน Yard Sale ณ บ้านข้างวัด วันที่ 12–14 พฤษภาคมนี้ “แวะมาชิมกาแฟดี ๆ และพกเรื่องราวดี ๆ กลับบ้านไปด้วยกันนะคะ”
พรุ่งนี้เชียงใหม่จะมีงาน 'YARD SALE' แล้ววววววว 🌈 พบกับพวกเรา มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน ในงาน 'YARD SALE' ที่จัดขึ้นในวันที่ 12-14 พฤษภาคม 2569 ณ บ้านข้างวัด (Baan Kang Wat) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ทีมสร้างสรรค์พร้อมมากกก เจอกันค่ะ 😊 #sangsananakotyawachon #มูลนิธิสร้าสรรค์อนาคตเยาวชน #เชียงใหม่ #yardsale #บ้านข้างวัด
งาน 'YARD SALE' มาแล้ววววววว 🌈 พบกับพวกเรา มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน ในงาน 'YARD SALE' ที่จัดขึ้นในวันที่ 12-14 พฤษภาคม 2569 ณ บ้านข้างวัด (Baankangwat) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ บูธมูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชนของเรา ได้พาสินค้าแบรนด์ชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองอีกมากมายอย่างเช่นเคย 🍃Naw Se Lah – ผ้าพิมพ์ลายใบไม้และย้อมสีธรรมชาติจากบ้านหนองคริซูใน ที่แปลงผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นงานศิลป์สวย ๆ และรายได้ 🌈 Salawin – ผ้าทอมือกะเหรี่ยงสีรุ้งสีย้อมธรรมชาติ 100% จากผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองบ้านแม่สามแลบที่สืบสานภูมิปัญญาการทอผ้าโบราณ ❤️ Nor Om-Ki – ผ้าทอธรรมชาติจากบ้านแม่อมกิ ที่ลุกขึ้นปกป้องสิทธิในที่ดินและน้ำของชุมชน ☕ โมอาแฟ – กาแฟแฮนด์คราฟต์จากผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมือง บ้านหนองคริซูใน จังหวัดเชียงใหม่ กาแฟทำมือทุกแก้ว ต้องได้มาลองนะคะ 🌈 📍 บ้านข้างวัด, เชียงใหม่ 📅 12-14 พฤษภาคม 2026
เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชนได้จัดกิจกรรมคืนข้อมูลชุมชนและฉายสารคดีงานวิจัย FPAR หรือ “การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมโดยใช้แนวคิดเฟมินิสต์ เพื่อพัฒนาความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อมด้านน้ำ โดยและเพื่อผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองและผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองที่มีความหลากหลายทางเพศ (LBQT+)” ณ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งภายในกิจกรรมได้แบ่งเป็น 2 ช่วงสำคัญ คือ รับชมสารคดีงานวิจัย FPAR และพื้นที่แบ่งปัน แลกเปลี่ยน และรับฟังกันอย่างปลอดภัย ผู้เข้าร่วมจากชุมชนบ้านแม่สามแลบได้ร่วมกันสะท้อนการเรียนรู้และบทเรียนจากงานวิจัย FPAR รวมถึงเรียนรู้บริบทและสภาพปัญหาจากชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง และเชื่อมโยงกับประสบการณ์ชีวิต พร้อมเปิดพื้นที่พูดถึงสถานการณ์ปัญหา และร่วมเสนอทางออกที่อยากขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาความเป็นธรรมต่อทุกคน โดยเฉพาะชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง และชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองไร้สัญชาติ #sangsananakotyawachon #มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน #FPAR #developmentjustice
วันนี้ทีม Sangsan Anakot Yawachon พร้อมหน้าพร้อมตามาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้กับนักศึกษาชั้นปีที่ 2 รายวิชา สค.231 การปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์กับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ในหัวข้อ “แนวคิดและปฏิบัติการเฟมินิสต์: จัดการศึกษา เฟมินิสต์ สิทธิมนุษยชน และสิทธิทางดิจิตอล เพื่อการพัฒนาความเป็นธรรมทางเพศและทางสังคม ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ รวมถึงความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม” จบด้วยการฉายสารคดี “วิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมโดยใช้แนวคิดเฟมินิสต์ พัฒนาความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม ด้านน้ำ โดยและเพื่อผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองและผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองที่มีความหลากหลายทางเพศ - LBQT+” กระบวนการเรียนรู้ในครั้งนี้ลุล่วงไปได้ด้วยดีผู้เรียนรู้และทีมกระบวนกรได้ได้เติมเต็มทั้งแนวคิด เติมไฟ เติมความหวัง ในวันที่โลกเปลี่ยนไวไม่เหมือนเดิม แต่เรายังหยัดยืนและท้าทาย ขอบคุณผู้ช่วยศาสตราจารย์พิมพ์ฉัตร รสสุธรรม อาจารย์ประจำวิชา ผู้ช่วยศาสตราจารย์อารีรัตน์ อดิศัยเดชรินทร์ รองคณบดีฝ่ายบริหารและการศึกษา ศูนย์ลำปาง ปฏิบัติราชการแทนคณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ โดยเฉพาะอ. Karuna Jaisai ที่เปิดโอกาสให้มูลนิธิฯ ได้มีโอกาสบรรยายพิเศษในครั้งนี้ค่ะ #sangsananakotyawachon #มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน #Humanrights #Feminist #developmentjustice
You are invited โปรดเข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์และสื่อสารสาธารณะ “พัฒนาความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อมด้านน้ำ ความเป็นธรรมทางเพศและสิทธิหลากหลายทางเพศ (LGBTIQAN+) : บทเรียนจากชุมชนเผ่าพื้นเมือง ลุ่มแม่น้ำสาละวินและแม่น้ำยวม” จัดขึ้นพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.00 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ชั้น 4 อาคารคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จัดโดย มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน และภาคีเครือข่ายชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง 1) บ้านหนองคริซูใน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ 2) บ้านแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอนและ 3) บ้านแม่อมกิ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ร่วมกับ 4) Greenpeace Thailand/กรีนพีซ ประเทศไทย 5) V-Day Thailand 6) LBT Wellbeing/ HON HOUSE - เครือข่ายสุขภาพและโอกาส 7) โฮโมเฮ้าส์: เทศกาลศิลปะการแสดงเพื่อความหลากหลาย/ H0M0HAUS 7)เดย์เดม Day/DM Cafe และ 9) tusocant/คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สนับสนุนจาก Foundation for a Just Society และ V-Day กำหนดการกิจกรรม 13:00 - 14:30 ชมสารคดี “วิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม โดยใช้แนวคิดเฟมินิสต์ พัฒนาความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม ด้านน้ำ โดยและเพื่อผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองและผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองที่มีความหลากหลายทางเพศ (LBQT+)” 14:30 - 16:30 น. ร่วมเวทีเสวนา “พัฒนาความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อมด้านน้ำ ความเป็นธรรมทางเพศและสิทธิหลากหลายทางเพศ(LGBTIQAN+) : บทเรียนจากชุมชนเผ่าพื้นเมือง ลุ่มน้ำสาละวินและน้ำยวม” ผู้ร่วมเสวนา: • ดร.มะเมียะเส่ง สิริวลัย — นักวิจัย FPAR & แกนนำเยาวชนชนเผ่าพื้นเมือง บ้านแม่สามแลบ จ.แม่ฮ่องสอน • ดาวรุ่ง เวียงวิชชา — นักวิจัย FPAR & แกนนำเยาวชน บ้านแม่อมกิ จ.ตาก • ปภาวดี กองสูงเนิน — นักวิจัย FPAR & แกนนำเยาวชน บ้านหนองคริซูใน จ.เชียงใหม่ • มนูญ วงษ์มะเซาะห์ — นักรณรงค์ด้านสภาพภูมิอากาศและพลังงาน Greenpeace Thailand • ภัสริน รามวงศ์ — ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ดำเนินรายการ • มัจฉา พรอินทร์ — ผู้ก่อตั้ง มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน
มาร่วมคิดและเดินทางสร้างความเข้าใจใหม่ด้วยกัน สู่เรื่องจริงของแนวกันไฟป่า กับ ...... "แนวกันไฟป่าภูมิปัญญาชนเผ่าพื้นเมือง" ทุกปี เมื่อหมอกควันปกคลุมเมือง เมื่อค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงขึ้น เสียงกล่าวหาก็มักจะเกิดขึ้นเสมอ และชนเผ่าพื้นเมือง มักตกเป็นจำเลยของเรื่องนี้ แต่คำถามที่สำคัญ คือ “คนที่อยู่กับป่ามาอย่างยาวนานที่สุด คือ คนที่เป็นสาเหตุของ P.M 2.5 จริงหรือ?” เราอยากให้สังคมเห็นภาพความจริงเหล่านี้ ในช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี ชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองหลายหมู่บ้าน กำลังทำงานบางอย่างอยู่ในป่า พวกเขากำลังสร้าง “แนวกันไฟป่า” นี่เป็นกิจกรรมของชุมชนที่สืบเนื่องมาอย่างยาวนาน ผู้หญิง เด็ก และคนในชุมชน ช่วยกันคนละไม้ละมือ เก็บกวาดใบไม้ กิ่งไม้ และเชื้อเพลิงแห้งออกเพื่อทำแนวป้องกันไฟ เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลาม นี่คือหนึ่งในภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมา จากรุ่นสู่รุ่น สำหรับชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง การดูแลป่าไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่มันคือวิถีชีวิต เพราะป่า ไม่ใช่เพียงทรัพยากร แต่คือบ้าน คืออาหาร คือวัฒนธรรม และคือชีวิตของผู้คน แต่เมื่อปัญหา PM2.5 เกิดขึ้น ชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง กลับกลายเป็นผู้ถูกกล่าวหา ทั้งที่ในความเป็นจริง พวกเขาคือหนึ่งในกลุ่มแรก ๆ ที่ลุกขึ้นมาปกป้องผืนป่า ทำงานอย่างเงียบงันอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงของไฟป่า ก่อนจะกล่าวโทษใคร บางทีเราอาจต้องเริ่ม จากการตั้งคำถามใหม่ เพราะคนที่อยู่กับป่ามานานที่สุด อาจไม่ใช่ผู้ทำลาย แต่คือ ผู้ปกป้องผืนป่า ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ ที่ดูแลมันมา จากรุ่น…สู่รุ่น ชนเผ่าพื้นเมืองไม่ใช่สาเหตุของปัญหา PM 2.5 แต่คือผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหานี้ และเป็นหัวใจสำคัญของการแก้ไข เพราะเราปกป้องผืนป่า แม่น้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ และอากาศ สำหรับชุมชนของเราและทุกคน แบบที่บรรพบุรุษของเราสอนมา #แนวกันไฟป่าภูมิปัญญาชนเผ่าพื้นเมือง #ชนเผ่าพื้นเมือง #sangsananakotyawachon #มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน