กระบวนการเรียนรู้ “แนวคิดและปฏิบัติการเฟมินิสต์: จัดการศึกษา เฟมินิสต์ สิทธิมนุษยชน และสิทธิทางดิจิตอล เพื่อการพัฒนาความเป็นธรรมทางเพศและทางสังคม ความธรรมทางเศรษฐกิจ รวมถึงความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม”
เมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่ามา ทีม Sangsan Anakot Yawachon ได้มีโอกาสรับเชิญให้ออกแบบและจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้กับนศ.ชั้นปีที่ 2 รายวิชา สค.231 การปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์กับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ในหัวข้อ “แนวคิดและปฏิบัติการเฟมินิสต์: จัดการศึกษา เฟมินิสต์ สิทธิมนุษยชน และสิทธิทางดิจิตอล เพื่อการพัฒนาความเป็นธรรมทางเพศและทางสังคม ความธรรมทางเศรษฐกิจ รวมถึงความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม”

เนื้อหา
เมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่ามา ทีม Sangsan Anakot Yawachon ได้มีโอกาสรับเชิญให้ออกแบบและจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้กับนศ.ชั้นปีที่ 2 รายวิชา สค.231 การปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์กับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ในหัวข้อ “แนวคิดและปฏิบัติการเฟมินิสต์: จัดการศึกษา เฟมินิสต์ สิทธิมนุษยชน และสิทธิทางดิจิตอล เพื่อการพัฒนาความเป็นธรรมทางเพศและทางสังคม ความธรรมทางเศรษฐกิจ รวมถึงความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม”
นอกจากนี้ เรายังได้จัดสารคดี “วิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมโดยใช้แนวคิดเฟมินิสต์ พัฒนาความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม ด้านน้ำ โดยและเพื่อผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองและผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองที่มีความหลากหลายทางเพศ - LBQT+”
กระบวนการเรียนรู้ในครั้งนี้ลุล่วงไปได้ด้วยดี โดยนักศึกษาได้ร่วมกันสะท้อนการเรียนรู้จากการบรรยายครั้งนี้ โดยสามารถจำแนกประเด็นสำคัญออกเป็นหลายมิติ ซึ่งสะท้อนถึงการพัฒนา ทั้งในด้านความรู้ ความเข้าใจเชิงโครงสร้าง ทักษะการคิด และทัศนคติต่อการทำงานเพื่อความเป็นธรรมทางสังคม ดังนี้
1. การเรียนรู้เรื่องโครงสร้างสังคมและความไม่เป็นธรรม ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจต่อ “โครงสร้างความเหลื่อมล้ำ” ในสังคมที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะการมองเห็นรากฐานของปัญหาที่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม และเชื่อมโยงกับแนวคิดเฟมินิสต์และสิทธิมนุษยชน โดยได้เขียนสะท้อนว่า
“ได้เรียนรู้ถึงการต่อสู่ต่อความเหลี่อมล้ำของโครงสร้างในสังคม ซึ่งมีอิทธิพลที่จะกำหนดสังคม มีความรู้สึกเข้าใจถึงรากฐานที่ได้เรียนรู้ว่าการที่ก่อให้เกิดรากฐานที่ทำให้สังคมยังคงมีความเข้าใจ เฟมินิสต์ (Feminism) มากขึ้นกว่าเดิมเข้าใจสิทธิมนุษยชน”
“สิ่งที่ได้เรียนรู้คือมีความเข้าใจมากขึ้นว่าสังคมมีระบบโครงสร้างที่เรียกว่าบิตาธิปไตยในสังคมไทยซึ่งเป็นแนวคิดที่กดขี่เอารัดเอาเปรียบผู้หญิง คนที่มีความหลากหลายทางเพศ และชนเผ่าพื้นเมืองกีดกันศักยภาพและโอกาส”
2. การเชื่อมโยงกับวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ผู้เข้าร่วมมองเห็นบทบาทของนักสังคมสงเคราะห์ในมิติที่ลึกขึ้น โดยเน้นความสำคัญของการเข้าใจมนุษย์ เข้าใจโครงสร้าง และทำงานกับกลุ่มเปราะบางอย่างมีความละเอียดอ่อน กล่าวว่า
“งานของนักสังคมสงเคราะห์ เป็นงานที่ต้องมีความเข้าใจมนุษย์เข้าใจถึงรากฐานของปัญหาและช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ซึ่งเมื่อมีความเข้าใจแนวคิดเหล่านี้จะทำให้สามารถเจาะลึกในกลุ่มที่ถูกทำให้เปราะบางมากยิ่งขึ้น”
“ในมิติของวิชาชีพฐานะของนักสังคมสงเคราะห์ศาสตร์มองเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจนการบรรยายครั้งนี้ทำให้ทราบถึงมุมมองต่างๆของปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างลึกซึ้ง”
“ในฐานะที่เป็นนักศึกษานักสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงานร่วมกันไม่ว่าจะเรื่องของการฟื้นฟูการเฝ้าระวังรวมถึงการเป็นผู้เข้ามาพิทักษ์สิทธิ์การเรียกร้องให้เฟมินิสต์ (Feminism) หรือกลุ่มความหลากหลายต่างๆให้เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานได้อย่างยั่งยืน”
3. การเรียนรู้จากสารคดีและประเด็นชนเผ่าพื้นเมือง การรับชมสารคดีช่วยให้ผู้เข้าร่วมเห็นภาพปัญหาจริง โดยเฉพาะเรื่องทรัพยากรน้ำ สิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมือง โดยได้กล่าวว่า
“จากการรับชมสารคดีทำให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของกลุ่มผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองในชุมชนที่อาจยังมีการพัฒนาโดยขับเคลื่อนให้ผู้หญิงมีคุณค่าในตัวเองเพื่อพัฒนาระบบน้ำของชุมชน”
“ได้ทำความเข้าใจวิกฤตที่ชนเผ่าพื้นเมืองกำลังเผชิญโดยเฉพาะวิกฤตน้ำการเข้าถึงสาธารณูปขั้นพื้นฐานและการปนเปื้อนสารโลหะหนักในน้ำ”
”รวมถึงการทำเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบต่อการปนเปื้อนในน้ำซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญหลักของการดำรงชีวิตอยู่ของคนในชุมชน”
“การรับชมสารคดีนี้ทำให้เห็นถึงความหลากหลายและความน่ากลัวของความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในเรื่องของการเจอสากปนเปื้อนในแหล่งน้ำ”
4. การเข้าใจแนวคิดเฟมินิสต์อย่างลึกซึ้ง ผู้เข้าร่วมจำนวนมากสะท้อนว่ามีความเข้าใจเฟมินิสต์มากขึ้น ทั้งในเชิงแนวคิดและการปฏิบัติ ได้สะท้อนผ่านการเขียนว่า
“ผู้เข้าร่วมบางคนรู้สึกดีใจที่ได้ทำความเข้าใจในเรื่องแนวคิดเฟมินิสต์ (Feminism)มากยิ่งขึ้นวันนี้ลองเปิดใจและตั้งใจได้ฟังถึงข้อเท็จจริงและทำความเข้าใจมากยิ่งขึ้น”
”เฟมินิสต์ (Feminism) ต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคมไม่เพียงแต่ตีความอย่างผิวเผินแต่หมายถึงความหมายที่ลึกซึ้งและมีจุดประสงค์ที่ชัดเจนที่มองไปถึงรากฐานของโครงสร้างที่ก่อให้เกิดความไม่ยุติธรรม”
“จากการชมสารคดีทำให้เห็นถึงการใช้แนวคิดเฟมินิสต์ (Feminism)ว่าสามารถทำให้ผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อสิทธิของตัวเอง”
5. แรงบันดาลใจและการลุกขึ้นขับเคลื่อนสังคม การบรรยายและกิจกรรมได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมอยากมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงสังคม ผ่านการเขียนว่า
“รู้สึกมีพลังที่อยากจะไปพัฒนาร่วมขับเคลื่อนสังคมในนามของเฟมินิสต์ มากยิ่งขึ้นรวมถึงได้รับแรงบันดาลใจในการเรียกร้องสิทธิให้เกิดความเป็นธรรมและเกิดการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น”
“อยากให้เข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นรวมถึงการมีส่วนร่วมในการต่อสู้”
6. การเรียนรู้เรื่องสื่อและการรู้เท่าทันสื่อ ผู้เข้าร่วมเห็นความสำคัญของการรู้เท่าทันสื่อในยุคปัจจุบันโดยสะท้อนว่า
“การรู้เท่าทันสื่อก็เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากในปัจจุบันด้วยความเจริญทางเทคโนโลยีในปัจจุบันที่มีความก้าวหน้าแต่ถ้าไม่รู้เท่าทันสื่อก็อาจตกเป็นเหยื่อของการถูกล่อลวงได้อย่างง่ายดาย”
”การใช้สื่อที่มีสติในสังคมปัจจุบันทุกช่วงอายุการเข้าสู่สื่อทั้งหมดในวิชาชีพทำให้เห็นถึงปัญหาจากสื่อออนไลน์”
7. ความรู้สึกต่อการบรรยายและการเรียนรู้ ผู้เข้าร่วมจำนวนมากสะท้อนความรู้สึกเชิงบวกต่อการเรียนรู้ในครั้งนี้ไว้ว่า
“รู้สึกว่าการบรรยายวันนี้ทำให้เราเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆในมิติต่างๆและพอได้ดูสารคดียิ่งทำให้เรารู้สึกว่าเห็นปัญหาขึ้นอย่างชัดเจน”
“รู้สึกขอบคุณ ที่ให้ความรู้ในการบรรยายวันนี้”
”รู้สึกดีใจที่ได้รับชมผลงานดีๆแบบนี้ค่ะ” “มีความรู้สึกที่ตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้รับความรู้จากวิทยากรเพราะวิทยากรพูดถึงความหลากหลายซึ่งทำให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น”
สรุปการบรรยายพิเศษในครั้งนี้:
การเรียนรู้ครั้งนี้สามารถบรรลุตามความคาดหวังของผู้เข้าร่วมอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในมิติขององค์ความรู้ ทักษะ และการประยุกต์ใช้จริง โดยในด้านองค์ความรู้ ผู้เข้าร่วมได้พัฒนาความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับแนวคิดเฟมินิสต์ สิทธิมนุษยชน สิทธิทางดิจิทัล และประเด็นความเป็นธรรมในมิติต่างๆ ซึ่งช่วยให้สามารถมองเห็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซ่อนอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
ในด้านทักษะ ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การคิดเชิงวิพากษ์ การตั้งคำถามต่อข้อมูลและสถานการณ์รอบตัว การวิเคราะห์ความไม่เป็นธรรมผ่านกรอบอัตลักษณ์ทับซ้อน รวมถึงการแยกแยะข้อเท็จจริงและความคิดเห็นจากสื่อ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญทั้งในการใช้ชีวิตและในการปฏิบัติงานวิชาชีพ โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลข่าวสารมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน นักศึกษายังได้ร่วมเรียนรู้ประสบการณ์จริง จากสารคดีถึงการออกแบบกิจกรรม/วิจัยที่เชื่อมโยงทั้งมิติทฤษฎีและการปฏิบัติ หลังจากนั้นยังได้เรียนรู้การวิเคราะห์สารคดีจากประสบการณ์จริงของชุมชน ซึ่งได้ช่วยให้นักศึกษาสามารถทำความเข้าใจการนำแนวคิดไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริง เห็นภาพผลกระทบของความไม่เป็นธรรมในชีวิตของผู้คน และเข้าใจบทบาทของตนเองในฐานะนักสังคมสงเคราะห์ที่ไม่เพียงแต่ให้ความช่วยเหลือ แต่ยังต้องมีบทบาทในการเสริมพลัง การเป็นกระบอกเสียง และการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยใช้ทั้งมุมมองสิทธิมนุษยชนและแนวคิดเฟมินิสต์
ในนามของมูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน ขอบคุณผู้ช่วยศาสตราจารย์พิมพ์ฉัตร รสสุธรรม อาจารย์ประจำวิชา
ผู้ช่วยศาสตราจารย์อารีรัตน์ อดิศัยเดชรินทร์
รองคณบดีฝ่ายบริหารและการศึกษา ศูนย์ลำปาง
ปฏิบัติราชการแทนคณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ โดยเฉพาะอ. Karuna Jaisai ที่เปิดโอกาสให้มูลนิธิฯ ได้มีโอกาสบรรยายพิเศษในครั้งนี้
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ











