ข่าวประชาสัมพันธ์8 มีนาคม 2569

วันผู้หญิงสากล 2569: ลุกขึ้นเพื่อร่างกาย โลก และอนาคตของเรา

วันผู้หญิงสากล 2569: ลุกขึ้นเพื่อร่างกาย โลก และอนาคตของเรา เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ท่ามกลางขุนเขา ป่าไม้ และผืนดินที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง ณ บ้านแม่อมกิ ตำบลแม่วะหลวง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก เสียงก้าวเท้าของผู้หญิง เด็ก และผู้หญิงที่มีความหลากหลายทางเพศ ได้ก้องกังวานไปทั่วผืนป่า ราวกับเป็นเสียงประกาศต่อโลกว่า พวกเธอกำลังลุกขึ้นยืนหยัดเพื่อ ร่างกาย โลก และอนาคตของตนเอง

ทีมสร้างสรรค์
วันผู้หญิงสากล 2569: ลุกขึ้นเพื่อร่างกาย โลก และอนาคตของเรา

เนื้อหา

วันผู้หญิงสากล 2569: ลุกขึ้นเพื่อร่างกาย โลก และอนาคตของเรา

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ท่ามกลางขุนเขา ป่าไม้ และผืนดินที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง ณ บ้านแม่อมกิ ตำบลแม่วะหลวง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก เสียงก้าวเท้าของผู้หญิง เด็ก และผู้หญิงที่มีความหลากหลายทางเพศ ได้ก้องกังวานไปทั่วผืนป่า ราวกับเป็นเสียงประกาศต่อโลกว่า พวกเธอกำลังลุกขึ้นยืนหยัดเพื่อ ร่างกาย โลก และอนาคตของตนเอง

มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน Sangsan Anakot Yawachon ร่วมกับ ทีมนักวิ่งและนักเดินชนเผ่าพื้นเมืองที่มีความหลากหลายทางเพศ ทีมเชียงใหม่ ฟร้อนรันเนอร์ / Chiang Mai Frontrunners และ V-Day Thailand ได้จับมือกับ แกนนำเยาวชนผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมือง ชุมชนบ้านแม่อมกิ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่วะหลวง โรงเรียนบ้านแม่อมกิ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่วะหลวง โดยการสนับสนุนจาก Foundation for a Just Society , Partners Asia และ V-Day จัดงาน เทศกาลวันผู้หญิงสากล ประจำปี 2569: ลุกขึ้นเพื่อร่างกาย โลก และอนาคตของเรา หรือ International Women’s Day 2026: Rise for Our Bodies, Our Earth, and Our Future”

งานครั้งนี้มิได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลองวันผู้หญิงสากล หากแต่เป็นการสร้าง พื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) เพื่อเสริมพลังให้ ผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมือง เด็ก และผู้หญิงที่มีความหลากหลายทางเพศ (LBQT+) ได้ลุกขึ้นมามีบทบาทในการกำหนดอนาคตของตนเอง ของชุมชน และของโลกที่พวกเธอดำรงอยู่

ทุกก้าวที่วิ่ง คือ การประกาศอธิปไตยเหนือเนื้อตัวร่างกาย อัตลักษณ์ ตัวตน และเพศสภาพของตนเอง พร้อมกันนั้น ยังเป็นการประกาศเจตจำนงในการปกป้อง ผืนดิน แม่น้ำ ป่าไม้ และอนาคตของชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง ที่สืบทอดและหยั่งรากลึกมาหลายชั่วอายุคน

The Village Trail: เมื่อการวิ่ง คือ การสร้างขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม

กิจกรรมสำคัญของงานเริ่มต้นด้วยการวิ่งเทรลในชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองบ้านแม่อมกิ The Village Trail 2nd Edition: Rise for Our Bodies, Our Earth, and Our Future

หรือ การวิ่งเทรลในชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง ภายใต้แนวคิด “ลุกขึ้นเพื่อร่างกาย โลก และอนาคตของเรา” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการที่สั่งสมและเติบโตต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3

The Village Trail คือการวิ่งเทรล โดยและเพื่อผู้หญิง เด็ก และบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง อย่างแท้จริง

ในปีนี้ มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 200 คน ที่ลุกขึ้นพาร่างกาย และอัตลักษณ์ที่ซับซ้อนของตนเองออกวิ่งไปตามเส้นทางธรรมชาติของชุมชน ผ่าน ภูเขา ลำห้วย และผืนป่า ที่เป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของวิถีชีวิตชนเผ่าพื้นเมือง

การวิ่งครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมกีฬา หากแต่เป็น การเคลื่อนไหวทางสังคม (Social Movement) ที่เชื่อมโยงร่างกายของผู้หญิง เด็ก และผู้หญิงที่มีความหลากหลายทางเพศ เข้ากับผืนดินและธรรมชาติที่พวกเธอปกป้อง

นี่คือการประกาศว่า

“ร่างกายของผู้หญิง และโลกใบนี้ ต้องถูกปกป้อง คุ้มครอง และดูแลร่วมกัน โดยต้องไม่ถูกละเมิด คุกคาม ควบคุม กดทับ หรือทำลายโดยอำนาจใด”

ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา The Village Trail ได้พัฒนาเป็นพื้นที่สำคัญของการสร้าง ขบวนการเคลื่อนไหวของผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมือง โดยใช้การวิ่งเทรลเป็นเครื่องมือในการ

• สื่อสารเรื่อง สิทธิมนุษยชนของผู้หญิง เด็ก และบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ

• สร้างพื้นที่ปลอดภัย ในการดูแลกันและกันรวมถึงสร้างความเป็นอยู่ที่ดี (Collective Care and Wellness)

• ขับเคลื่อน ความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม

• และยืนยัน หลักการ self determination และสิทธิในการกำหนดอนาคตของชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง

ธีมของกิจกรรมในแต่ละปีสะท้อนเส้นทางการต่อสู้และความหวังของผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองอย่างต่อเนื่อง

• 2024 – Run for Gender Justice

จัดขึ้น ณ บ้านทิยาเพอ ตำบลสบเมย อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

• 2025 – Run for Environmental Justice

จัดขึ้น ณ บ้านหนองคริซูใน ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่

• 2026 – Rise for Our Bodies, Our Earth, and Our Future

จัดขึ้น ณ บ้านแม่อมกิ ตำบลแม่วะหลวง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก

หลักการสำคัญของ The Village Trail

• การวิ่งนี้จัดขึ้น โดยและเพื่อผู้หญิง เด็ก และบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง

• ชุมชนเป็นผู้นำและเป็นเจ้าของกิจกรรม บนผืนดินบรรพบุรุษของตนเอง

• ยึดหลัก FPIC (Free, Prior and Informed Consent) หรือการให้ความยินยอมโดยเสรี ล่วงหน้า และได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน เพื่อให้ชุมชนมีสิทธิและอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับทรัพยากรของตนเอง

• ปกป้องผืนดิน แม่น้ำ และทรัพยากรธรรมชาติ

• ขับเคลื่อนความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม และ ความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ

• ต่อต้าน วัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ (Patriarchy) และ ความรุนแรงบนฐานเพศภาวะ (gender based violence)

• ส่งเสริม ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและโอกาสที่เท่าเทียมของผู้หญิงและผู้หญิงที่มีความหลากหลายทางเพศในชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง

• สร้างวัฒนธรรมของการเป็นอยู่ที่ดีและการดูแลร่วมกัน (Collective Care and wellness) และ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน (Solidarity)

• ต่อต้านการคุกคามทางเพศทุกรูปแบบ

หลักการเหล่านี้สะท้อนความเชื่อสำคัญว่า

การต่อสู้เพื่อสิทธิของผู้หญิง เด็กและสิทธิหลากหลายทางเพศ (LGBTIQAN+ Rights) และสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองไม่อาจแยกขาดจากการต่อสู้เพื่อผืนดิน สิ่งแวดล้อม และอนาคตของโลกได้

การลุกขึ้นของผู้หญิงทั่วโลก: One Billion Rising

นอกจากกิจกรรมวิ่งเทรลแล้ว ผู้เข้าร่วมจาก บ้านแม่อมกิและบ้านปางทอง กว่า 30 คน ยังได้ร่วมกิจกรรมระดับโลก One Billion Rising ซึ่งเป็นขบวนการเคลื่อนไหวระดับโลกของเครือข่าย V-Day

ขบวนการนี้ได้ขับเคลื่อนสังคมโลกให้ตระหนักถึง ความเป็นธรรมทางเพศ และ การยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงที่หลากหลาย มาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าทศวรรษ

ในประเทศไทย มีการก่อตั้ง V-Day Thailand โดย มัจฉา พรอินทร์ ในฐานะผู้ก่อตั้งและผู้ประสานงาน

ในปี 2026 การเคลื่อนไหวระดับโลกนี้มาในธีมเดียวกันกับกิจกรรมครั้งนี้ คือ

One Billion Rising: Rise for Our Bodies, Our Earth, and Our Future

ท่ามกลางเสียงเพลง Break The Chain ผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมือง เด็ก และผู้หญิงที่มีความหลากหลายทางเพศ ได้ลุกขึ้นเต้นพร้อมกันอย่างทรงพลัง

การเต้นครั้งนี้แต่คือ การประกาศต่อโลก ว่า

“ร่างกายของผู้หญิง เด็ก และบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ คือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์

พวกเธอมีสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ต้องได้รับการเคารพ และต้องไม่ถูกกระทำรุนแรงทุกรูปแบบ

เมื่อผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองเป็นผู้เล่าเรื่องของตนเอง เรื่องเล่าใหญ่เปลี่ยน (Narrative Shift)

อีกหนึ่งช่วงสำคัญของงาน คือการเปิดตัว สารคดีสองชุดสำคัญ

1. สารคดีจากกระบวนการวิจัยแบบ Feminist Participatory Action Research (FPAR)

ว่าด้วยการขับเคลื่อน ความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม ด้านน้ำ โดยและเพื่อผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมือง รวมถึงผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองที่มีความหลากหลายทางเพศ

2. สารคดีว่าด้วยความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ โดยและเพื่อผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองและ LBQT+

กระบวนการนี้เปิดพื้นที่ให้ เยาวชน นักวิจัย และแกนนำผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมือง ได้เป็นผู้เล่าเรื่องของตนเอง ผ่านการทำวิจัย การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์สถานการณ์ และการสร้างองค์ความรู้จากประสบการณ์ร่วมของพวกเธอและคนในในชุมชน

ผู้ดำเนินรายการเวที ทั้ง 2 ได้แก่

มัจฉา พรอินทร์

ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการมูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน

และผู้ประสานงาน V-Day ประจำประเทศไทย

ผู้ร่วมเสวนาทั้ง 2 เวทีประกอบด้วย

• ปภาวดี กองสูงเนิน

เยาวชนนักวิจัย FPAR ชุมชนบ้านหนองคริซูใน จังหวัดเชียงใหม่

• ดาวรุ่ง เวียงวิชา

เยาวชนนักวิจัย FPAR ชุมชนบ้านแม่อมกิ จังหวัดตาก

• มะเมียะเส่ง สิริวลัย

ผู้ประสานงานโปรแกรม FPAR และเยาวชนนักวิจัย FPAR ชุมชนบ้านแม่สามแลบ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เนื้อหาของงานวิจัยและสารคดีสะท้อนให้เห็นถึง

• วิกฤตเศรษฐกิจในชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง

• ปัญหาการเข้าถึงทรัพยากรน้ำ

• ผลกระทบจากวิกฤตสิ่งแวดล้อม การขาดแคลนน้ำ ภาวะน้ำท่วมซ้ำซาก และการปนเปื้อโลกหะหนักในแม่น้ำสาละวิน

• และ แนวทางแก้ไขปัญหาและการผลักดันเชิงนโยบายทุกระดับโดยผู้หญิงและ LBQT+ ในชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง ที่ได้รับผลกระทบ

เวทีเสวนาในครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกว่า 30 คน ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อร่วมกันแสวงหาแนวทางในการสร้าง

• ความเป็นธรรมทางเพศ

• ความเป็นธรรมทางสังคม

• ความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม

• และ ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ

การประกาศเจตจำนงของผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมือง

กิจกรรมวันผู้หญิงสากลที่บ้านแม่อมกิในปีนี้จึงไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลอง แต่คือ การประกาศเจตจำนงของผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองต่อโลก

ว่าพวกเธอกำลังลุกขึ้นทวงคืน

• อธิปไตยเหนือเนื้อตัวร่างกาย อัตลักษณ์ และเพศสภาพของตนเอง

• สิทธิในที่ดิน และสิทธิของชุมชนในการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นธรรม

• ความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม รวมถึงสิทธิในการเข้าถึงน้ำสะอาดในฐานะสวัสดิการขั้นพื้นฐาน

พร้อมกันนั้น พวกเธอยังเรียกร้องอย่างชัดเจนให้

• ยุติโครงการเขื่อนในแม่น้ำสาละวิน

• ยุติโครงการผันน้ำยวม

• ยุติเหมืองแร่แรร์เอิร์ทในประเทศเมียนมา ที่ก่อให้เกิดการปนเปื้อนโลหะหนักในแม่น้ำสาละวิน แม่น้ำสาย แม่น้ำกก และแม่น้ำโขง

พวกเธอยังยืนยันถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการ

• ปกป้องและฟื้นฟูวิถีชีวิตชนเผ่าพื้นเมือง

• พัฒนาระบบเศรษฐกิจที่เป็นธรรม โดยยึดโยงกับ ทุนทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต และทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง

• ยุติการแย่งยึดที่ดิน

• ยุติสงคราม และสร้างสันติภาพอย่างแท้จริง

เมื่อ ผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมือง และผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองที่มีความหลากหลายทางเพศ ลุกขึ้นเพื่อปกป้องร่างกาย โลก และอนาคตของตนเองและชุมชน ทั้งสังคมต้องลุกขึ้นยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกเธอ เพราะนี่คือการต่อสู้เพื่อมวลมนุษยชาติ

ในนามของมูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน และทีมนักวิ่ง นักเดินชนเผ่าพื้นเมืองที่มีความหลากหลายทางเพศ ทีม Chiang Mai Frontrunners, V-Day Thailand และแกนนำเยาวชนผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมือง ชุมชนบ้านแม่อมกิ ขอขอบคุณองค์กรร่วมจัด ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่วะหลวง โรงเรียนบ้านแม่อมกิ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่วะหลวง และขอขอบคุณการสนับสนุนจาก Foundation for a Just Society , Partners Asia และ V-Day ซึ่งทำให้เทศกาลวันผู้หญิงสากล ประจำปี 2569: ลุกขึ้นเพื่อร่างกาย โลก และอนาคตของเรา หรือ International Women’s Day 2026: Rise for Our Bodies, Our Earth, and Our Future สำเร็จลุล่วงด้วยพลังแห่งเรียนรู้ เติบโต เคียงบ่าเคียงไหล่ และดูแลร่วมกันเพื่อต่อสู้สร้างการเปลี่ยนแปลงที่อย่างยั่งยืน

แท็ก
IWD2026มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชนEnvironmental justiceGender JusticeEconomic justice