Beyond Diversity : เสียงเฟมินิสต์กับการขับเคลื่อนสังคมพหุชาติพันธุ์
วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 มะเมียะเส่ง สิริวลัย เจ้าหน้าที่โปรแกรม Feminist Participatory Action Research, มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน ผู้ที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเสวนา ในหัวข้อ "Beyond Diversity: ถอดรหัสสังคมพหุชาติพันธุ์ – จากความแตกต่างสู่พลังแห่งการเปลี่ยนแปลง" จัดโดย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

เนื้อหา
วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 มะเมียะเส่ง สิริวลัย/Mameaseng Siriwalai เจ้าหน้าที่โปรแกรม Feminist Participatory Action Research, มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน ผู้ที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเสวนา ในหัวข้อ "Beyond Diversity: ถอดรหัสสังคมพหุชาติพันธุ์ – จากความแตกต่างสู่พลังแห่งการเปลี่ยนแปลง" จัดโดย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
นี่คือสิ่งที่มะเมียะเส่งได้แบ่งปันใน session
“เวทีนี้ทำให้เราได้กลับไปทบทวนรากเหง้าในฐานะชนเผ่าพื้นเมือง ผู้มีความหลากหลายทางเพศ เฟมินิสต์ นักปกป้องสิทธิมนุษยชน และผู้ที่เคยไร้สัญชาติ
เมื่อพูดถึงความหลากหลายไม่ใช่แค่การอยู่ร่วมกัน แต่คือเรื่องของ โครงสร้าง อำนาจ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ในสังคมไทย 'พหุวัฒนธรรม' ยังคงเป็นดั่ง 'พีระมิด' ที่กลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มน้อย/หรือและชนเผ่าพื้นเมืองยังคงถูกผลักไปอยู่ฐานล่างสุด ซึ่งเผชิญข้อจำกัดทั้งเรื่องที่ดิน ทรัพยากร สัญชาติ สิทธิ และสิ่งแวดล้อมที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงในมิติทางเพศ
การธำรงอยู่คือการ "ฟื้นตัวตน":
สำหรับเราการธำรงชนเผ่าพื้นเมืองและ/หรือชาติพันธุ์กลุ่มน้อยไม่ใช่แค่การรักษาภาษาหรือวัฒนธรรม แต่คือการ "กลับมารู้จักตัวเองใหม่" หลังถูกกลืนไปโดยระบบโครงสร้างสังคมและระบบการศึกษา
ขอบคุณพื้นที่ปลอดภัยและการสนับสนุนจาก มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน ที่สนับสนุนให้ฉันและเยาวชนคนอื่น ๆ ได้เข้าใจและตระหนักถึงสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง สิทธิมนุษยชน สิทธิความหลากหลายทางเพศ และสิทธิทางสิ่งแวดล้อม จนกล้าที่จะภูมิใจในอัตลักษณ์ที่ซับซ้อนนี้ และลุกขึ้นเรียกร้องและต่อสู้เพื่อสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองและสิทธิความหลากหลายทางเพศ
ความท้าทายและอุปสรรคยังคงอยู่ ทั้ง
- กฎหมายที่ไม่ยอมรับสถานะชนเผ่าพื้นเมืองและชนเผ่าพื้นเมืองไร้สัญชาติ
- การตีตรา การเลือกปฏิบัติ
- การพัฒนาขนาดใหญ่ที่ละเมิดสิทธิมนุษชนและ
- การไม่ได้มีส่วนร่วมของชนเผ่าพื้นเมือง รวมถึง
- ปัญหาหนี้สิน และ
- สิ่งแวดล้อม
- ผลกระทบในมิติสิ่งแวดล้อมที่ตามมา
แต่พวกเราไม่ได้หยุด
การธำรงชนเผ่าพื้นเมือง ต้องทำควบคู่กับการเสริมพลังให้คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะผู้หญิงและ LGBTQ+ ในชนเผ่าพื้นเมือง
มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชนทำงานผ่านหลายโปรแกรม เช่น
1. โปรแกรมการศึกษาสิทธิมนุษยชน เฟมินิสต์ และสิทธิทางดิจิทัล เพื่อเสริมความรู้ด้าน Human Rights, Indigenous Rights, LGBTIQ+ Rights และ Environmental Rights ทั้งในชุมชนและในสถาบันการศึกษา
2. โปรแกรม FPAR ความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อมด้านน้ำ ทำงานโดยและเพื่อผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองและ LBQ+
3. โปรแกรม Economic Justice สนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน การเล่าเรื่องรณรงค์ การสร้างรายได้ และการฟื้นฟูวัฒนธรรม เช่น การรื้อฟื้นการทอผ้ากะเหรี่ยง พัฒนาเป็น “ผ้าทอกะเหรี่ยงสีรุ้ง ย้อมธรรมชาติ” ที่ช่วยสร้างรายได้และสนับสนุนงานขับเคลื่อนสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองและสิทธิความหลากหลายทางเพศ
4. โปรแกรม Gender and Social Justice ทำงานเชิงนโยบายและการรณรงค์ทั้งระดับชุมชน ประเทศ และนานาชาติ เช่น The Village Trail, APFF, AWID, #DrawTheLine, #WeThe99
ทั้งหมดนี้คือกระบวนการที่ไม่เพียงทำให้ชนเผ่าพื้นเมือง “ดำรงอยู่” แต่ทำให้ชุมชนกลับมามีพลัง ภาคภูมิใจในอัตลักษณ์และศักดิ์ศรีในฐานะมนุษย์ที่เท่าเทียม
พลังของเยาวชนคนรุ่นใหม่ คือ ผู้นำการเปลี่ยนแปลง:
เราเห็นได้ชัดมากว่าเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีความเข้าใจและตระหนักเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิชนเผ่าพื้นเมือง ความเป็นธรรมทางเพศและสิ่งแวดล้อม มีบทบาทสำคัญมากในการขับเคลื่อนและเปลี่ยนแปลงสังคม รวมถึงสังคมพหุวัฒนธรรม อย่างเช่น
นักขับเคลื่อนสังคม: เราเห็นตัวอย่างของ ศิริวรรณ พรอินทร์
เยาวชนรุ่นใหม่ที่ลุกขึ้นเรียกร้องและต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ การก่อตั้งครอบครัวสีรุ้ง และสิทธิ LGBTIQ+ รวมถึงสิทธิเด็กและผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมือง
ผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม: ปภาวดี กองสูงเนิน
เยาวชนชนเผ่าพื้นเมืองที่ได้ลุกขึ้นมาเรียกร้องและต่อสู้เพื่อชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของภาคธุรกิจ และผู้ประสานโปรแกรม Economic Justice ซึ่งไม่เพียงสร้างอาชีพ รายได้ แต่เป็นเครื่องมือในการรณรงค์สร้างความเข้าใจและตระหนักถึงสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง และสิทธิสิ่งแวดล้อม
รวมถึงตัวเราเอง: มะเมียะเส่ง สิริวลัย เยาวชนชนเผ่าพื้นเมืองที่มีความกลากหลายทางเพศ และเคยไร้สัญชาติ ได้ตัดสินใจกลับมาทำงานเพื่อชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองของตัวเอง และเป็นผู้ประสานงานโปรแกรมการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมโดยใช้แนวคิดเฟมินิสต์ (FPAR) ที่ทำวิจัยโดยและเพื่อมีผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองและ LBQ+ ซึ่งได้มีการนำองค์ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาบูรณากับการวิจัย FPAR เพื่อขับเคลื่อนสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง สิทธิที่ดิน ความเป็นธรรมทางเพศและความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อมในทุกๆ ระดับ ทั้งชุมชน ประเทศ และนานาชาติ
นอกจากนี้ เยาวชนรุ่นใหม่ที่เข้าใจและตระหนักในเรื่องสิทธิ ความเป็นธรรมทางเพศและสิ่งแวดล้อม จะสามารถส่งต่อความเข้าใจและขับเคลื่อนสังคมพหุวัฒนธรรม ที่คำนึงถึงความเป็นธรรมและอัตลักษณ์ทับซ้อน (Intersectionality) ได้ในทุกพื้นที่ที่พวกเขาอยู่ ทั้งในระบบการศึกษา โรงเรียน มหาวิทยาลัย และระบบสุขภาพ ฯลฯ
การก้าวสู่ Beyond Diversity:
การที่เราจะก้าวข้ามไปสู่ “Beyond Diversity” ได้นั้น เราต้องเริ่มจากการมองเห็นพีระมิดอำนาจและความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง ตระหนักถึงการธำรงอยู่ของชนเผ่าพื้นเมืองคือตัวชี้วัดความเป็นธรรมและประชาธิปไตยของสังคมไทย
หากชนเผ่าพื้นเมืองและชนเผ่าพื้นเมืองยังไม่ได้รับการรองสถานะทางกฎหมาย หากคนกลุ่มคนใดกลุ่มหนึ่งถูกลดทอนลง ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนและถูกเลือกปฏิบัติ หากผลกระทบของสิ่งแวดล้อม อย่างการปนเปื้อนโลหะหนักในแม่น้ำสาละวิน รวมถึงน้ำกก รวก สาย โขง ยังไม่ได้รับการแก้ไขที่ต้นเหตุ อีกทั้งยังซ้ำเติมชนเผ่าพื้นเมืองด้วยการลงนาม MOU ด้านเหมืองแร่ สังคมพหุวัฒนธรรมที่เราพูดถึงก็ยังไม่สมบูรณ์ และเราทุกคนก็ยังไม่เท่าเทียมกันอย่างแท้จริง”
ขอบคุณคณาจารย์และนักศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยเฉพาะ อาจารย์ Cheer Cheera ที่ให้โอกาสมะเมียะเส่ง เข้าร่วมพูดคุยในเสวนาครั้งนี้
ขอบคุณภาพจากอาจารย์และนักศึกษาด้วยค่ะ




